โรคไข้เลือดออก เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำโรค เมื่อยุงลายกัดผู้ป่วยไข้เลือด ออกที่มีไข้สูงก็จะมีเชื้อไวรัสในตัวยุง หลังจากระยะฟักตัว 3-11 วัน ก็สามารถแพร่เชื้อไวรัสไปยังผู้ที่ถูกยุงตัวนั้นกัดได้จนตลอดชีวิตของยุง (ประมาณ 4-6 สัปดาห์)
อาการของโรคไข้เลือดออก ในเบื้องต้นคือ มีไข้สูงลอย หลังรับประทานยาลดไข้ก็ยังคงมีไข้อยู่ แต่ระดับจะต่ำลง ปวดศีรษะ อาจมีอาการปวดกระบอกตา ปวดตามตัว เช่น ปวดกระดูกหรือกล้ามเนื้อ มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง เลือดกำเดาไหล หรือเลือดออกตามไรฟัน บางรายมีผื่น อาการทั่วไปอื่นๆที่พบมี คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดท้อง
สิ่งที่ทำให้โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่น่ากลัว เป็นเพราะเมื่อผู้ป่วยมีอาการรุนแรงถึงขั้นช็อกนั้นเป็นช่วงเวลาที่ไข้ลด ผู้ป่วยมีสติพูดจารู้เรื่อง ผู้ดูแลจึงนึกว่าปลอดภัยเพราะไข้ลดลงแล้วและไม่พาไปพบแพทย์ แต่แท้ที่จริงผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลียมากเนื่องจากกำลังอยู่ในภาวะช็อกนั่นเอง บางครั้งกว่าผู้ดูแลจะพาไปพบแพทย์ก็อาจมีภาวะช็อกนาน และมีภาวะแทรกซ้อนคือ ตับ/ไตวายหรือมีเลือดออกมากแล้ว ซึ่งสาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกก็มาจากภาวะช็อกนานนั่นเอง
ไม่ควรให้ยาลดไข้สูงและแอสไพริน เพราะอาจทำให้เป็นแผลและเลือดออกในกระเพาะอาหารมาก ควรกระตุ้นให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารอ่อนๆ หรือดื่มนม น้ำผลไม้ น้ำข้าว หรือน้ำเกลือแร่ ไม่ควรดื่มน้ำเปล่าเพราะขาดแร่ธาตุและพลังงาน
หากผู้ป่วยมีไข้เกิน 3 วัน ควรพาไปพบแพทย์ แพทย์จะตรวจร่างกายโดยละเอียด รัดแขนแน่นๆ เพื่อหาจุดเลือดออก และต้องมีการตรวจเลือดเบื้องต้นเพื่อการวินิจฉัยและติดตามอย่างถูกต้อง








0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น